แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - ผู้ดูแลระบบ

หน้า: [1] 2 3 4
1
 :)มูลนิธิคริสเตียนเพื่อเด็กพิการ

 เป็นองค์กรสาธารณกุศล ดำเนินงานในด้านการช่วยเหลือเด็กพิการกำพร้าและเด็กพิการที่ด้อยโอกาสตามชุมชนต่างๆ

- ปฏิบัติงานที่โครงการจังหวัดชัยนาท อำเภอ มโนรมย์  1 อัตรา
-  ปฏิบัติงานที่โครงการจังหวัดปทุมธานี 1 อัตรา
 
สวัสดิการ : เงินสะสม, โบนัสสิ้นปี, ประกันอุบัติเหตุ AIA, ตรวจสุขภาพประจำปี, พักร้อน
สนใจติดต่อ
ฝ่ายบุคคล(สำนักงานที่จ.นนทบุรี) 02-584-6966, 02582-0620-3
Facebook : CCD Thailand
www.ccdthailand.org
--
Suthida Sokuma (Som-O)
สุธิดา โสขุมา (ส้มโอ)
 
Human Resource
เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล
Christian Care Foundation for Children with Disabilities (CCD)
มูลนิธิคริสเตียนเพื่อเด็กพิการ
PO Box 47 Pakkred
Nonthaburi 11120 Thailand
Tel: (662) 584 6966
www.ccdthailand.org
e-mail: hr@ccdthailand.org

2
สำหรับเว็บไซต์ สภากายบำบัด
ประชาชนหรือผู้รับบริการ สามารถตรวจสอบจาก linkนี้ครับ
http://cpte.or.th/prg/member1.php

3
21/4/59
บริษัท แคร์เวลล์ เซอร์วิส จำกัด จ.ภูเก็ต
(บ้านช่วยดูแลผู้สูงอายุชาวต่างชาติ)
เปิดรับสมัครนักกายภาพบำบัด จำนวน 2 ตำแหน่ง
- ยินดีรับนักศึกษาจบใหม่
- มีสวัสดิการ
- ประกันสังคม
- โบนัสประจำปี (ปีละ 2 ครั้ง)
- วันลาพักร้อน
- เงินเดือนตามตกลง (ถ้ามีประสบการณ์จะพิจารณาเป็นพิเศษ)
สนใจติดต่อ 082-8073753 หรือ 093-7752401 ค่ะ

6
คุยกันวันเสาร์ กับนายกสภากายภาพบำบัด : ฉบับเสาร์ที่ 14 มกราคม 5554


รหัสกลางกายภาพบำบัด


He who does not have the courage to speak up for his rights cannot earn the respect of others. – G. Torres
คนที่ไม่กล้าจะทวงถามสิทธิของตน ก็ไม่อาจจะได้รับความเคารพจากคนอื่น – จี ธอรเรส

สวัสดีค่ะนักกายภาพบำบัดทุกท่าน สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรกันบ้างคะ  เข้าใจว่าการทำงานและชีวิตด้านอื่นๆของปีใหม่คงเริ่มเข้าที่เข้าทางกันแล้ว

ส่วนตัวนั้น งานยุ่งมากตามเคย  จนเริ่มกังวลว่า นี่เรายังไม่ได้ไปสวัสดีปีใหม่ผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่านตาม     ธรรมเนียม ในฐานะนายกสภาฯ เลย  อยากจะฝากใจไปก็คงไม่ได้---ท่านคงไม่เห็น

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา มีประชุมที่สำคัญครั้งหนึ่ง ซึ่งได้เชิญนักกายภาพบำบัดมาจากหลายโรงพยาบาล  ทั้งโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป และโรงพยาบาลชุมชน นอกจากนั้นยังได้ขอข้อมูลเพิ่มจากพี่หัวหน้าแผนกของโรงพยาบาลเอกชนใหญ่สองสามแห่งด้วย

วันนั้น เราช่วยกันร่าง “รหัสกลางกายภาพบำบัด” ซึ่งสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์( สนย.) กระทรวงสาธารณสุข ต้องการพัฒนารหัสหัตถการและกิจกรรมทางกายภาพบำบัด  เพื่อนำไปใช้เป็นมาตรฐานเดียวกันในการเชื่อมโยงข้อมูลระดับประเทศ

รายชื่อรหัสที่จะสร้างขึ้นนี้ สนย. ใช้ฐานรหัสกิจกรรมที่แปลจาก ICD-10 TM ใน Chapter  17: Rehabilitation, Physical Therapy and Related Procedures โดยเมื่อดูรายละเอียด ส่วนใหญ่ จะเป็นกิจกรรมที่นักกายภาพบำบัดลงมือทำอยู่ในแผนก  มีรหัสไม่มากนักในบทนี้ที่นักกายภาพบำบัดไม่ได้ทำ  และในการประชุมรอบแรกนั้นคณะทำงานได้เพิ่มกิจกรรมอีก 45 ชนิด ซึ่งนักกายภาพบำบัดทำ และต้องการให้ใช้เป็นรหัสมาตรฐานของบริการกายภาพบำบัดในประเทศไทย โดยเฉพาะงานกายภาพบำบัดในชุมชนและงานเยี่ยมบ้านซึ่งแทบไม่มีการกำหนดรหัสไว้เลย

จากการได้ร่วมกันขบคิด และสนทนาแลกเปลี่ยนในการประชุมวันนั้น ทำให้เพิ่งฉุกคิดได้ว่า วิชาชีพกายภาพบำบัดขาดระบบข้อมูลพื้นฐานมากมาย  แม้แต่รหัสกิจกรรม  การวินิจฉัย  หรือรหัสที่เราใช้คิดค่าบริการ ก็แตกต่างหลากหลายมาก ตามแต่ที่หน่วยบริการแต่ละแห่งจะยึดเป็นหลัก  บ้างก็ใช้ของกรมบัญชีกลาง  เมื่อรู้สึกว่าไม่ดีพอก็คิดกิจกรรมเพิ่มเติมขึ้นเองบ้าง หรือแก้ปัญหาด้วยการใช้คำว่า “บริการอื่นๆ” เสียเลย

 ประเทศไทยมีนักกายภาพบำบัดให้บริการผู้ป่วยมาเกือบจะห้าสิบปีแล้ว  แต่ยังไม่มีแม้แต่รหัสกลางของเราเอง  เพิ่งมาทำกันเมื่อวันอังคารที่แล้ว

เคยได้ยินน้องโรงพยาบาลชุมชนบอกว่า เวลาเยี่ยมบ้าน หรือให้บริการใดๆก็ตามในชุมชน  เมื่อจะคิดค่าบริการจาก สปสช. มีรหัสเดียวนั้นที่เราลงได้คือ “บริการกายภาพบำบัด” (คิด150 บาท ไม่ว่าจะทำอะไร)

เคยได้ยินเพื่อนจากโรงพยาบาลศูนย์บอกว่า  รหัสบริการในแผนกกายภาพบำบัดที่เราลงบันทึกบ่อยที่สุดคือ “บริการอื่นๆ” ซึ่งหมายความว่า ไม่มีระบุในรายชื่อรหัสบริการของโรงพยาบาลในประเทศนี้

เมื่อโรงพยาบาลส่งข้อมูลกลับมาส่วนกลาง ภาระงานที่บริการโดยมือของนักกายภาพบำบัดภาครัฐทั่วประเทศ
กลับมาที่กระทรวงสาธารณสุข หรือ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สถิติงานของนักกายภาพบำบัดทำ
อยู่ที่ไหน เราทำอะไรบ้าง ใครจะมองเห็นบ้าง

เมื่อคิดไปก็ไม่รู้สึกประหลาดใจนัก  คณะทำงานที่กระทรวงสาธารณสุขตั้งขึ้นเพื่อทำรหัสกลางด้านกายภาพบำบัด ก็มีนักกายภาพบำบัดแค่สามคน นอกนั้นเป็นแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู จนเราต้องขออนุญาตตั้งคณะทำงานแยกมาเฉพาะเพื่อทำรหัสของเราก่อน ค่อยนำไปรวม จนเริ่มสับสนว่าจะทำรหัสกายภาพบำบัด หรือทำรหัสเวชศาสตร์ฟื้นฟู  แล้วสุดท้ายแพทย์จะมาใช้รหัสกิจกรรมชุดเดียวกับเราหรือไม่  และทำไมจึงต้องเป็นเช่นนั้น  หรือนี่คือเหตุหนึ่งที่เมื่อข้อมูลภาระงานกายภาพบำบัดกลับมาที่ส่วนกลาง ก็กลายเป็นข้อมูลชุดเดียวกับแพทย์หัวหน้ากลุ่มงานหรือเปล่า

ในฐานะที่ตัวเอง ไม่ได้สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ขอบอกว่างุนงงมากเมื่อพยายามทำความเข้าใจตรรกะ และข้อเท็จจริงของวิชาชีพกายภาพบำบัดในระบบสาธารณสุขของประเทศ  จนรู้สึกว่าตัวเองอ่อนด้อยประสบการณ์เหลือเกินในเรื่องเหล่านี้
วันอังคารหน้า นายกสภาฯจะนำร่างชุดรหัสกายภาพบำบัดที่เราทำขึ้นนี้ เข้าประชุมกับสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุข

หากท่านพอมีเวลา ก็ช่วยกันสวดภาวนาให้วิชาชีพเราด้วยเถิดค่ะ

กภ.มัณฑนา วงศ์ศิรินวรัตน์
นายกสภากายภาพบำบัด
เสาร์ 14 มกราคม 2555
ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ICD-10 TM volume 3 บทที่ 17
ใน e-book ที่ http://www.thcc.or.th/ebook3/vol3_chap17.htm
หากมีข้อคิดเห็น ส่งเมล์มาคุยกันได้ที่ v_mantana@yahoo.com
บทความนี้โพสต์ใน www.facebook.com/mantanaptpt ด้วยค่ะ

7
มูลนิธิคริสเตียนเพื่อเด็กพิการ เป็นองค์กรสาธารณกุศล ดำเนินงานในด้านการช่วยเหลือเด็กพิการกำพร้าและเด็กพิการที่ด้อยโอกาสตามชุมชนต่างๆ
ต้องการรับสมัครนักกายภาพบำบัด จำนวน 3 อัตรา ดังนี้
- นักกายภาพบำบัดปฎิบัติงานที่ศูนย์เดย์แคร์มูลนิธิฯ ในสถานสงเคราะห์ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จำนวน 2 ตำแหน่ง
- นักกายภาพบำบัดปฎิบัติงานที่ ศูนย์สายรุ้งเพื่อการฟื้นฟู อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จำนวน 1 ตำแหน่ง

ติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคล
คุณสุธิดา โสขุมา / โทร: 02-584-6966
มูลนิธิคริสเตียนเพื่อเด็กพิการ
47 Pakkred Nonthaburi 11120 Thailand

8
ส่วนเบื้องต้นจะแนะนำคือ
เตรียมเอกสารตังนี้ อย่างละ 1 ใบ
1. ดาวน์โหลด แบบ from สภ3 พร้อมกรอกเอกสาร
2.สําเนาบัตรประชาชน เซ็นต์สำเนาถูกต้อง
3.สำเนาทะเบียนบ้าน เซ็นต์สำเนาถูกต้อง
4.สำเนาใบประกอบวิชาชีพเซ็นต์สำเนาถูกต้อง
และ รูปถ่าย 3 ใบ
*5.โอนเงินเข้าบัญชีสภา ค่าต่ออายุ 100 บาท (อันนี้ลองสอบถามดู)

ส่งไปที่
สภากายภาพบำบัด (ภายในสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ)
เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 2 อาคารรวมหน่วยงานราชการ B ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 1021

*ส่วนที่เหลือจะหามาเพิ่มเติมให้ครับ

ลิงค์ ดาวน์โหลดข้อมูลและเอกสาร
http://www.pt.or.th/explanation.php

9
ข้อมูลดีๆ ขอบคุณครับ

10
มูลนิธิคริสเตียนเพื่อเด็กพิการ เป็นองค์กรสาธารณกุศล ดำเนินงานในด้านการช่วยเหลือเด็กพิการกำพร้าและเด็กพิการที่ด้อยโอกาสตามชุมชนต่างๆ
ต้องการรับสมัครนักกายภาพบำบัด จำนวน 3 อัตรา ดังนี้
- นักกายภาพบำบัดปฎิบัติงานที่ศูนย์เดย์แคร์มูลนิธิฯ ในสถานสงเคราะห์ จ.นนทบุรี จำนวน 2 ตำแหน่ง
- นักกายภาพบำบัดปฎิบัติงานที่ ศูนย์สายรุ้งเพื่อการฟื้นฟู จ.นนทบุรี จำนวน 1 ตำแหน่ง

11
ลองส่งข้อมูล
ว่าอบรมที่ไหน / เรื่องอะไร / วันที่ /  เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการตรวจสอบ นะครับ
ส่งมาที่ เมล์ : k-nee@hotmail.com

เบื้องต้นประมาณนี้ก่อนนะครับ

12
ข้อมูลการดำเนินการล่าสุด! เกี่ยวกับข้อบังคับฯ ว่าด้วยอายุใบอนุญาตและการต่ออายุเป็นผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๕๑

เรียน ผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด

ตามที่สภากายภาพบำบัดมีจดหมายเรียนให้นักกายภาพบำบัดทุกท่านทราบเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการต่ออายุใบอนุญาต ตามข้อบังคับสภากายภาพบำบัด
ว่าด้วยอายุใบอนุญาตและการต่ออายุเป็นผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๕๑ นั้น

จากนั้นมีนักกายภาพบำบัดหลายท่านเสนอข้อคิดเห็นด้วยวาจาและส่งหนังสือถึงสภากายภาพบำบัด
เพื่อขอให้พิจารณาในปัญหาข้อกฎหมายว่า ข้อบังคับสภากายภาพบำบัด ว่าด้วยอายุใบอนุญาตและการต่ออายุเป็นผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๕๑
จะสามารถใช้บังคับกับผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน สาขากายภาพบำบัด ซึ่งไม่ได้กำหนดวันหมดอายุไว้และผู้ที่กำลังจะจบการศึกษาใหม่ได้หรือไม่

เพื่อให้เกิดความรอบคอบในการปฏิบัติตามข้อบังคับสภากายภาพบำบัดฯ ฉบับดังกล่าว
ขณะนี้สภากายภาพบำบัดได้เสนอเรื่องดังกล่าวต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗
เพื่อส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาให้ความเห็นในประเด็นดังต่อไปนี้

๑. การออกข้อบังคับสภากายภาพบำบัด ว่าด้วยอายุใบอนุญาตและการต่ออายุเป็นผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๕๑
สามารถใช้บังคับกับนักกายภาพบำบัดทุกคนที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัดไปแล้ว
(รวมถึงผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน สาขากายภาพบำบัดเดิม ซึ่งไม่ได้กำหนดวันหมดอายุไว้) และผู้ที่กำลังจะจบการศึกษาใหม่ได้หรือไม่   

๒. ข้อเสนอแนะอื่น ๆ เพื่อที่สภากายภาพบำบัดจะสามารถปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้องเจตนารมย์ของกฏหมาย
สภากายภาพบำบัดจึงขอเรียนข้อมูลแก่สมาชิกสภาฯทุกท่านในเบื้องต้น หากมีความคืบหน้าของการพิจารณาข้อกฏหมายประการใด
จะแจ้งให้ทุกท่านทราบโดยเร็วและขอบคุณทุกท่านที่แสดงความปรารถนาดีและห่วงใยการดำเนินงานของสภากายภาพบำบัด

ขอแสดงความนับถือ
       
ผศ.ดร.กภ. มัณฑนา  วงศ์ศิรินวรัตน์
นายกสภากายภาพบำบัด
๑๐ มีนาคม ๒๕๕๖

13
(ศ.น.สกภ.๔)
โหลดตามลิงค์นี้ "อยู่หน้า 14" ของไฟล์ pdf นี้
www.pt.or.th/law/5/1.pdf

15


ลักษณะทั่วไป
โรคปวดกล้ามเนื้อหลัง เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของอาการปวดหลัง พบได้ตั้งแต่วัยหนุ่ม
สาวเป็นต้นไป   เป็นภาวะที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง และมักจะหายได้เอง แต่อาจเป็นๆ หาย ๆ 
เรื้อรังได้

สาเหตุ
มักเกิดจากการทำงานก้ม ๆ เงย ๆ ยกของหนัก นั่ง ยืน นอน    หรือยกของในท่าที่ไม่ถูกต้อง
ใส่รองเท้าส้นสูงมากเกินไป หรือนอนที่นอนนุ่มเกินไป ทำให้เกิดแรงกดตรงกล้ามเนื้อสันหลัง
ส่วนล่าง ซึ่งจะมีอาการเกร็งตัว   ทำให้เกิดอาการปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง คนที่อ้วน   หรือ
หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ ก็อาจมีอาการปวดหลังได้เช่นกัน

อาการ
ผู้ป่วยจะรู้สึกปวดตรงกลางหลังส่วนล่าง (ตรงบริเวณกระเบนเหน็บ) ซึ่งอาจเกิดขึ้นเฉียบพลัน
หรือค่อยเป็นทีละน้อย อาการปวดอาจเป็นอยู่ตลอดเวลา หรือปวดเฉพาะในท่าบางท่า การไอ
จาม หรือบิดตัว เอี้ยวตัวอาจทำให้รู้สึกปวดมากขึ้น    โดยทั่วไปผู้ป่วยจะแข็งแรงดี และไม่มี
อาการผิดปกติอื่น ๆร่วมด้วย

สิ่งตรวจพบ
มักตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติอะไร

การรักษา
1. สังเกตว่ามีสาเหตุจากอะไร แล้วแก้ไขเสีย เช่น ถ้าปวดหลังตอนตื่นนอน ก็อาจเกิดจากที่
    นอนนุ่มไป หรือนอนเตียงสปริง ก็แก้ไขโดยนอนบนที่แข็งและเรียบแทนถ้าปวดหลังตอนเย็น
    ก็มักจะเกิดจากการนั่งตัวงอตัวเอียง หรือใส่รองเท้าส้นสูง ก็พยายามนั่งให้ถูกท่า หรือเปลี่ยน
    เป็นรองเท้าธรรมดาแทน ถ้าอ้วนไป ควรพยายามลดน้ำหนัก
2. ถ้ามีอาการปวดมาก    ให้นอนหงายบนพื้น แล้วใช้เท้าพาดบนเก้าอี้ให้เข่างอเป็นมุมฉาก 
    สักครู่หนึ่งก็อาจทุเลาได้ หรือจะใช้ยาหม่อง หรือน้ำมันระกำทานวด หรือใช้น้ำอุ่นประคบก็ได้ 
    ถ้าไม่หาย ก็ให้ยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน, พาราเซตามอล ครั้งละ 1-2 เม็ด     จะกินควบกับ
    ไดอะซีแพมขนาด 2 มก.ด้วยก็ได้
    ถ้ายังไม่หาย อาจให้ยาคลายกล้ามเนื้อ เช่น เมโทคาร์บา มอล , คาริโซม่า ครั้งละ 1 เม็ด ซ้ำ
    ได้ทุก 6-8 ชั่วโมง   
    ผู้ป่วยควรนอนที่นอนแข็ง และหมั่นฝึก กายบริหารให้กล้ามเนื้อหลังแข็งแรง
3. ถ้าเป็นเรื้อรัง หรือมีอาการชาที่ขา หรือขาไม่มีแรง อาจเกิดจากสาเหตุอื่น ควรแนะนำ ผู้ป่วยไป
    โรงพยาบาล   อาจ ต้องเอกซเรย์หลัง หรือตรวจพิเศษอื่น ๆ และให้การรักษาตาม สาเหตุที่พบ

ข้อแนะนำ
อาการปวดหลังแบบนี้เป็นสิ่งที่พบได้บ่อยในหมู่ชาวไร่ชาวนา กรรมกรที่ทำงานหนัก และใน
หมู่คนที่ทำงานนั่งโต๊ะนาน ๆ  ซึ่งมักจะเข้าใจผิดว่า เป็นอาการของโรคไต โรคกษัย  และซื้อ
ยาชุด ยาแก้กษัย  หรือยาแก้โรคไต  กินอย่างผิด ๆ ซึ่งบางครั้งอาจทำให้เกิดโทษได้  ดังนั้น
จึงควรแนะนำชาวบ้านเข้าใจถึง สาเหตุของอาการปวดหลัง  และควรใช้ยาเท่าที่จำเป็น
โดยทั่วไป การปวดหลังเนื่องจากกล้ามเนื้อมักจะปวดตรงกลางหลัง ส่วนโรคไตมักจะปวดที่สีข้าง 
และอาจมีไข้สูง หนาวสั่น หรือปัสสาวะขุ่นหรือแดงร่วมด้วย

การป้องกัน
โรคนี้สามารถป้องกันได้โดยระวังรักษาท่านั่ง ท่ายืน ท่ายกของ ให้ถูกต้อง หมั่นออกกำลัง
กล้ามเนื้อหลังเป็นประจำ  และนอนบนที่นอนแข็ง
โรคปวดหลังป้องกันได้ไม่ยากBack pain 
โรคปวดหลังพบได้บ่อยรองจากโรคปวดหัว เมื่อคุณอายุมากอาจ จะต้อง
เผชิญกับโรคนี้ "คิดป้องกันตอนนี้จะได้ไม่เป็นโรคปวดหลัง"
สาเหตุของการปวดหลังนั้นมีมากมาย ขึ้นกับอายุของผู้ป่วย ในวัยหนุ่มสาวหรือกลางคน
ส่วนใหญ่มักมีสาเหตุจากการอักเสบของเอ็น และกล้ามเนื้อบริเวณสันหลัง อาจเกิดจากการ
จัดท่าทางของร่างกายไม่ถูกต้อง เช่น นั่งหลังงอ, เดินหลังโก่ง หรือยกของหนักผิดวิธี ฯลฯ
การรักษาจึงเป็นเพียงการรับประทานยาเพื่อบรรเทาอาการอักเสบ แก้ปวด
การจัดท่าทางให้ถูกต้องและการบริหารกล้ามเนื้อเพื่อเสริมสร้างความแข็งแรง ก็จะเพียงพอ

ยังมีสาเหตุของการปวดหลังในวัยหนุ่มสาว และกลางคนที่พบได้ไม่น้อยเลยคือ
หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทขา ซึ่งจะทำให้มีอาการปวดหลังส่วนล่าง
ปวดตะโพก ส่วนใหญ่จะร้าวลงขา มีบางรายอาจจะไม่ร้าวลงถึงต้นขา แต่อาการปวดจะ
ยังคงอยู่แค่บริเวณตะโพกและหลังเท่านั้น ในรายเช่นนี้ อาการปวดมักจะเป็นมากขึ้น
เมื่อก้มหรือ ไอ , จาม และดีขึ้นเมื่อได้นอนราบ

ส่วนใหญ่ของผู้ป่วยที่มีอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทนี้ สามารถวินิจฉัยได้จากการ
ซักถามประวัติและตรวจร่างกาย, มีการตอบสนองต่อการรักษาด้วยยาและการทำกายภาพบำบัด
ค่อนข้างดี มีบางส่วนเท่านั้นที่อาการไม่ดีขึ้น ซึ่งต้องได้รับการยืนยันการวินิจฉัยโรค ด้วยการ
เอ็กซเรย์พิเศษอาจจะเป็นการฉีดสีเข้าบริเวณไขสันหลัง (Myelogram) หรือการเอ็กซเรย์
คอมพิวเตอร์แม่เหล็ก (MRI) ก็ได้ เมื่อยืนยันการวินิจฉัยได้แล้ว ก็สามารถให้การรักษาในขั้น
ต่อไปได้ โดยอาจจะเป็นการฉีดยาเข้าบริเวณไขสันหลังหรือการผ่าตัดเอาหมอนรองกระดูกที่
ทับเส้นประสาทนั้นออก

ส่วนในวัยสูงอายุ อาการปวดหลังมักมีสาเหตุจากการเสื่อมสภาพของกระดูกสันหลัง
เช่นกระดูกสันหลังงอกดทับเส้นประสาท หรือมีการเคลื่อนตัวของข้อกระดูกสันหลังออกจาก
ตำแหน่งเดิม ซึ่งสามารถวินิจฉัยได้จากการซักประวัติ, ตรวจร่างกาย และเอ็กซเรย์
การรักษาเบื้องต้นก็ยังคงเป็นการรับประทานยา, ใส่เสื้อรัดเอว, ทำกายภาพบำบัดเสียก่อน
ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหรือเป็นมากขึ้น ก็อาจจะพิจารณาเรื่องการผ่าตัดรักษา

สาเหตุอื่นๆส่วนน้อย ที่ทำให้มีอาการปวดหลังได้ ก็คือ ปวดจากการร้าวของอวัยวะของ
ช่องท้อง เช่น นิ่วที่ไต, ตับอ่อนอักเสบ ฯลฯ ซึ่งพบไม่บ่อยนัก จากประวัติอาการปวด, ตรวจ
ร่างกาย, เอ็กซเรย์

รวมถึงการตรวจทางห้องทดลอง (เลือด, ปัสสาวะ) ก็สามารถให้การวินิจฉัยได้ถูกต้อง
พอสมควรอยู่แล้ว

สาเหตุ โรคปวดหลังนั้นมีมากมาย ได้แก่
โดยกำเนิด, อุบัติเหตุ, เนื้องอก, ติดเชื้อ, อักเสบ, โรคเมตาบอลิก, โรคในช่องท้อง, โรค
กระดูกสันหลังเสื่อม แต่สาเหตุที่เป็นกันมาก และ สามารถป้องกันรักษาได้ คือ โรคกระดูก
สันหลังเสื่อม น้ำหนักตัวมาก  ท่าทางไม่เหมาะสม ขาดการออกกำลังกายทำให้ลงพุง
เอวแอ่นมาก

คนที่ลงพุง น้ำหนักที่มากขึ้นคูณกับพุงที่ยื่นมาด้านหน้า ทำให้กล้ามเนื้อ หลังต้อง
ออกแรงดึง มากขึ้น การดึงเป็นเวลานานๆ ทำให้กระดูกสันหลัง เสื่อมเร็ว ทำให้ปวดหลังได้

ท่าทางที่ไม่เหมาะสม หลังจะค่อมทำให้เอวแอ่นมากขึ้น การที่เอว แอ่นมากขึ้น ทำให้ช่อง
ทางออก ของเส้นประสาท แคบลง เส้นประสาท ถูกเบียดมากขึ้น เป็นสาเหตุทำให้ปวดหลัง
เอวแอ่นอยู่เป็นเวลานานๆ ทำให้ หมอนรองกระดูกรับน้ำหนักไม่สมดุลย์กัน จึงเกิดการเสื่อม
ของหมอนรอง กระดูก ซึ่งมีผลทำให้กระดูกสันหลังเสื่อมตามมา


การรักษา ที่ดีที่สุด คือ ป้องกันสาเหตุ ได้แก่

1. ลดน้ำหนักตัว ไม่ใช่การอดอาหาร แต่เป็นการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่งดเว้นการกินอาหาร
    ที่มีแคลอรี่สูง มากเกิน ความจำเป็น เช่น ดื่มน้ำหวาน
2. ท่าทางเหมาะสม
    ท่ายืน ที่ถูกต้อง คือ แขม่วท้องอกผายไหล่ผึ่งเอวแอ่นน้อยที่สุด ถ้าต้องยืนเป็นเวลานานควรมี
    ที่พักเท้า การยืนห่อไหล่พุงยื่น ทำให้เอวแอ่น มากปวดหลังได้
    ท่านั่ง ที่ถูกต้อง สันหลังตรงพิงพนัก เก้าอี้สูงพอดี และควรมีที่พักแขน การนั่งห่างจากโต๊ะ
    มากทำให้กล้ามเนื้อหลังทำงานมาก ที่นั่งที่เหมาะสม ที่สุดในการพักผ่อน ควรเอียง 60 องศา
    จากแนวตั้ง มีส่วนหนุนหลัง มีที่วางแขน ทำด้วยวัสดุนุ่มแต่แน่น
    ท่านั่งขับรถ ที่ถูกต้อง หลังพิงพนัก เข่างอเหนือระดับสะโพก การนั่งห่างเกินไป ทำให้เข่าต้อง
    เหยียดออกกระดูกสันหลังตึง
    ท่ายกของ ที่ถูกต้อง ควรย่อตัว ยกของให้ชิดตัว แล้วลุกด้วยกำลังขา การก้มลงหยิบของในลักษณะ 
    เข่าเหยียดตรง ทำให้ปวดหลังได้
    ท่าถือของ ที่ถูกต้องควรให้ชิดตัวที่สุด การถือของห่างจากลำตัว ทำให้กล้ามเนื้อหลังทำงานหนัก
    ปวดหลังได้
    ท่าเข็นรถ ที่ถูกต้อง ควรดันไปข้างหน้า ออกแรงที่กล้ามท้อง การดึง ถอยหลังจะออกแรงที่กล้ามเนื้อ
    หลังเป็นเหตุให้ปวดหลัง
    ท่านอน ที่นอน ควรจะแน่น ยุบตัวน้อยที่สุด ไม่ควรใช้ฟูกฟองน้ำ หรือเตียงสปริง เพราะหลัง จะจม
    อยู่ในแอ่ง ทำให้กระดูกสันหลังแอ่น มากปวดหลังได้
          นอนคว่ำ จะทำให้กระดูกสันหลังแอ่นมากที่สุด โดยเฉพาะระดับเอว ทำให้ปวดหลังได้
          นอนหงาย ทำให้หลังแอ่นได้เล็กน้อย ควรใช้หมอนข้างใบใหญ่ หนุนใต้ โคนขา จะช่วยให้กระดูก
                           สันหลังไม่แอ่น
          นอนตะแคง เป็นท่านอนที่ดี ควรให้ขาล่างเหยียดตรง ขาบนงอ สะโพก และเข่ากอดหมอนข้าง
3. การออกกำลังกาย
กระดูกสันหลังปกติรับน้ำหนักมากอาจหลุดได้ แต่นักกีฬายกน้ำหนัก ได้มาก เพราะมีกล้ามเนื้อท้อง
แข็งแรง เปรียบเสมือนมีลูกบอลคอยช่วย รับน้ำหนักไว้ การออกกำลังกายที่จำเป็นต้องทำเป็นประจำ


ปวดหลัง /Back pain:
จาก หน่วยแนะแนวและปรึกษาปัญหาสุขภาพคลีนิค ผู้ป่วยนอก ออร์โทบิดิกส์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
จารุณี นันทวโนทยาน รวบรวม ร.ศ. นพ. วิเชียร เลาหเจริญสมบัติ ที่ปรีกษา

ปวดหลัง-ปวดเอว เป็นอาการที่พบได้บ่อยในชีวิตประจำวัน จากสถิติ มนุษย์ร้อยละ 80 เคยมี
ประสบการณ์การปวดหลัง-ปวดเอว อาการปวดจะแสดงได้ต่าง ๆ กัน บางท่านอาจปวดเฉพาะ
บริเวณหลังหรือกระเบนเหน็บ หรือบางท่านอาจปวดหลัง และร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้ง
สองข้างและมีอาการชาร่วมด้วยจนเดินไม่ได้ก็มี
หลังที่สมบูรณ์แข็งแรงจะยืดหยุ่นและไม่ปวดมีการทำงานของระบบโครงสร้าง คือ
กระดูกสันหลัง หมอนรองกระดูกกล้ามเนื้อและเอ็นอย่างเหมาะสม และปกป้องอันตรายไม่ให้เกิด
กับประสาทไขสันหลัง

สาเหตุอาการปวดหลัง
1.) การใช้กิริยาท่าทางต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันไม่ถูกต้อง
2.) ความเสื่อมของกระดูกและข้อจากวัยที่สูงขึ้น
3.) ขาดการออกกำลังกายหรือมีการเคลื่อนไหวที่จำกัด
4.) ความผิดปกติของกระดูกสันหลังแต่กำเนิด เช่น หลังคด หลังแอ่น
5.) การมีการอักเสบหรือติดเชื้อ เช่น วัณโรคของกระดูกสันหลัง
6.) การได้รับอุบัติเหตุ เช่น ตกจากที่สูง
7.) การมีเนื้องอกของประสาทไขสันหลังหรือมะเร็งที่แพร่กระจายมายังกระดูกสันหลัง
8.) อาการปวดร้าวมายังหลังจากโรคของอวัยวะในระบบอื่น ๆ เช่นนิ่วในไต เนื้องอกในอุ้งเชิงกราน
9.) ปัญหาที่ทำให้เกิดความตึงเครียด และความวิตกกังวลในชีวิต

การป้องกันอาการปวดหลัง
1.) เรียนรู้การใช้กิริยาท่าทางที่ถูกต้องในชีวิตประจำวัน
2.) หลีกเหลี่ยงการอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งเป็นเวลานาน
3.) หลีกเหลี่ยงการใช้แรงงานมาก ๆ และรู้ถึงขีดจำกัดกำลังของตัวเองในการยกของหนัก
4.) ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้อ้วน ซึ่งทำให้กระดูกสันหลังส่วนเอวต้องรับน้ำหนักมาก โดย
     รับประทานอาหารที่มีประโยชน์สำหรับร่างกายให้ครบทุกประเภท
5.) บำรุงรักษาสุขภาพร่างกายทั่วไปให้แข็งแรงสมบูรณ์อยู่เสมอ ร่วมกับการออกกำลังกาย
     กลางแจ้ง เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ รำมวยจีน จะช่วยลดอาการปวดหลังจากการทำงาน
6.) ออกกำลังบริหารร่างกาย ป้องกันอาการปวดหลังอย่างสม่ำเสมอทุกวัน ถึงแม้ในปัจจุบัน
      ยังไม่มีอาการปวดหลัง
7.) ปรึกษาแพทย์และรับการรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มมีอาการ หรือสังเกตุเห็นความผิดปกติ

การบริหารร่างกายป้องกันอาการปวดหลัง
1. ประโยชน์
1.1 ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวไม่เกร็ง และแข็งแรงอยู่เสมอ
1.2 กระดูกและข้อเสื่อมช้าลง

2. หลักการ
2.1 เป็นการออกกำลังบริหารร่างกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ หน้าท้อง หลัง
       ตะโพก และต้นขา และเพื่อยึดกล้ามเนื้อด้านหลังของหลังและขา
2.2 ควรออกกำลังบริหารด้วยความตั้งใจ ทำช้า ๆ ไม่หักโหม บริหารอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
       เช้า – เย็น และในแต่ละท่าการบริหารทำประมาณ 10 ครั้ง
2.3 ท่าบริหารท่าใดท่าที่ทำแล้วมีอาการปวดหลังมากขึ้น ให้งดทำในท่านั้น ๆ

3. ท่าการบริหารป้องกันอาการปวดหลัง
ท่านเตรียมบริหาร
นอนหงายบนที่ราบ ศรีษะหนุนหมอน ขาเหยียดตรง มือวางข้างลำตัว

ท่าที่ 1 ยืดกล้ามเนื้อด้านหลังของขา
เริ่มในท่าเตรียมบริหาร ตั้งเข่าข้างหนึ่งขึ้นและวางเท้าราบกับพื้น ส่วนขาอีกข้างหนึ่งเหยียดตรง
วางราบกับพื้น ยกขาที่เหยียดตรงนี้ขึ้นให้สูงที่สุดเท่าที่ยกได้ โดยแผ่นหลังแนบกับพื้นตลอดเวลา
ไม่เคลื่อนไหว แล้วจึงค่อย ๆ วางขานี้ลงราบกับพื้นเหมือนเดิม พักสักครู่ ทำประมาณ 10 ครั้ง
แล้วจึงสลับบริหารขากอีกข้างหนึ่งในลักษณะเดียวกัน

ท่าที่ 2 เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้องและตะโพก และลดความแอ่นของหลัง
เริ่มในท่าเตรียมบริหาร ตั้งเข่าทั้งสองข้างขึ้น วางเท้าราบกับพื้น หายใจเข้าและออกช้า ๆ
พร้อมกับแขม่วหน้าท้อง กดหลังให้ติดแนบกับพื้น และเกร็งกล้ามเนื้อก้น [ขณะเกร็งกล้ามเนื้อก้น
ก้นจะยกลอยขึ้น] ทำค้างไว้นานนับ 1-5 หรือ 5 วินาที และจึงคล้าย พักสักครู่และทำใหม่ในลักษณะ
เดียวกัน 10 ครั้ง

ท่าที่ 3 ยืดกล้ามเนื้อหลัง
เริ่มในท่าเตรียมบริหาร ตั้งเข่าทั้งสองข้างเอามือกอดเข่าเข้ามาให้ชิดอก และยกศรีษะเข้ามา
ให้คางชิดเข่า ทำค้างไว้นานนับ 1-10 แล้วจึงคลาย พักสักครู่ และเริ่มบริหารใหม่ในลักษณะ
เดียวกัน ทำประมาณ 10 ครั้ง

ท่าที่ 4 ยืดกล้ามเนื้อตะโพก
เริ่มในท่าเตรียมบริหาร เอามือกอดเข่าข้างหนึ่งเข้ามาให้ชิดอก พร้อมกับขาอีกข้างเหยียดตรง
เกร็งแนบกับพื้น ทำค้างไว้นานนับ 1-10 แล้วจึงคลาย พักสักครู่ทำประมาณ 10 ครั้ง แล้วจึง
สลับบริหารขาอีกข้างหนึ่งในลักษณะเดียวกัน

ท่าที่ 5 ยืดกล้ามเนื้อสีข้าง
เริ่มในท่าเตรียมบริหาร ตั้งเข่าข้างหนึ่งขึ้นหันเข้าด้านในของลำตัว พร้อมกับใช้สันเท้า
ของอีกขาหนึ่งกอดเข่าที่ตั้งให้ติดพื้น โดยที่ไหล่ทั้งสองข้างติดพื้นตลอดเวลา ทำค้างไว้
นานนับ 1-10 แล้วจึงคลาย พักสักครู่ และเริ่มบริหารใหม่ ทำประมาณ 10 ครั้ง แล้วจึงสลับ
บริหารขาอีกข้างหนึ่งในลักษณะเดียวกัน

สรุป
อาการปวดหลังสามารถป้องกันได้ในบางสาเหตุ ร่วมกับการบริหารร่างกายป้องกันอาการ
ปวดหลัง การรักษาในบางสาเหตุได้ผลมากน้อยเพียงไร ขึ้นกับปัจจัยส่งเสริมหลาย ๆ ประการ
การรักษาที่ถูกวิธีกับแพทย์เป็นสิ่งดีที่สุดสำหรับท่าน ขอให้ท่านมีสุขภาพหลังที่แข็งแรงอยู่เสมอ

หน้า: [1] 2 3 4