ผู้เขียน หัวข้อ: ทำไมค่าธรรมเนียมยื่นคำขอรับรองกิจกรรมเป็นการเฉพาะรายบุคคล ถึงได้สูงขนาดนี้  (อ่าน 4124 ครั้ง)

http://www.pt.or.th/file_attach/17Jul201336-AttachFile1374033336.pdf

ข้อ ๓ ค่าธรรมเนียมการรับรองกิจกรรม ประเภทเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถทางวิชาชีพหรือวิชาการด้านกายภาพบาบัดหรือวิทยาศาสตร์สุขภาพ ที่ไม่ได้จัดขึ้นโดยสถาบันหลักหรือสถาบันสมทบ หรือที่จัดขึ้นโดยสถาบันหลักหรือสถาบันสมทบ แต่มิได้ขอขึ้นทะเบียนหน่วยคะแนนกับศูนย์การศึกษาต่อเนื่อง ซึ่งต้องยื่นคาขอรับรองกิจกรรมเป็นการเฉพาะรายบุคคล
๓.๑ ระยะเวลาการจัดกิจกรรมไม่เกินสองวัน ครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท
๓.๒ ระยะเวลาการจัดกิจกรรมตั้งแต่สามวัน แต่ไม่เกินห้าวัน ครั้งละ ๒,๐๐๐ บาท

ข้อ ๔ ค่าธรรมเนียมการรับรองกิจกรรม ประเภทการมีส่วนร่วมในการพัฒนาบุคลากร หรือพัฒนาวิชาชีพกายภาพบาบัด ซึ่งต้องยื่นคาขอรับรองกิจกรรมเป็นการเฉพาะรายบุคคล
๔.๒ การเป็นวิทยากรหรือผู้อภิปรายในเนื้อหาวิชาการ เรื่องละ ๕๐๐ บาท
ทางวิชาชีพกายภาพบาบัด
๔.๓ การสร้างสรรค์ระบบหรือกิจกรรมการให้บริการ เรื่องละ ๕๐๐ บาท
ทางวิชาชีพกายภาพบาบัด
๔.๔ การสร้างหรือพัฒนาแนวทางการปฏิบัติงานทางวิชาชีพ เรื่องละ ๕๐๐ บาท กายภาพบาบัด
๔.๕ การถ่ายทอดความรู้ทางวิชาชีพกายภาพบาบัดและสุขภาพ เรื่องละ ๕๐๐ บาท
๔.๖ นวัตกรรมทางวิชาชีพกายภาพบาบัดและสุขภาพ เรื่องละ ๕๐๐ บาท

ข้อ ๕ ค่าธรรมเนียมการรับรองกิจกรรม ประเภทการมีส่วนร่วมในการพัฒนาบุคลากร หรือพัฒนาวิชาชีพกายภาพบาบัด ดังต่อไปนี้ การตีพิมพ์ผลงานวิชาการทางวิชาชีพกายภาพบาบัดในวารสารวิชาการ การเสนอผลงานทางวิชาการ การทบทวนและกลั่นกรองผลงานวิชาการทางวิชาชีพกายภาพบาบัด การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัยทางวิชาชีพกายภาพบาบัด การกลั่นกรองโครงร่างงานวิจัย การอ่านผลงานเพื่อประเมินตาแหน่งทางวิชาการ การเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกในการสอบป้องกันวิทยานิพนธ์ กิจกรรมใด กิจกรรมหนึ่งหรือหลายกิจกรรมรวมกันจานวนไม่เกินห้าเรื่อง ซึ่งต้องยื่นคาขอรับรองกิจกรรมเป็นการเฉพาะรายบุคคล เรื่องละ ๕๐๐ บาท

อย่างนี้การที่ผู้จัดไม่ใช่สถาบันหลักหรือสถาบันสมทบจัดอบรม จะมีใครเข้าร่วมอบรม? ในเมื่อค่าธรรมเนียมยื่นคำขอรับรองกิจกรรมเป็นการเฉพาะรายบุคคล สูงขนาดนี้ ซึ่งบางครั้งเครือข่ายจัดกันเองไม่มีค่าลงทะเบียนด้วยซ้ำ แต่ต้องมาเสียค่าธรรมเนียม คนละ อย่างต่ำ 1000 บาท

อย่างนี้จะส่งเสริมให้มีการพัฒนาความรู้ได้อย่างไร

และมีแต่คะแนนในส่วนที่เป็นวิชาการ แต่ไม่มีในส่วนที่เป็นการปฎิบัติ (practice) บ้างเลยเหรอค่ะ คนทำงานกับผู้ป่วยทุกวันๆ ใช้ความรู้และทักษะกับผู้ป่วยจริง ไม่มีคะแนนให้เลย แสดงว่า PT ที่ทำงานเป็นนักกายภาพบำบัดในปัจจุบันนี้ไม่ได้ทำงานไปพัฒนาความรู้ความสามารถไป แต่ต้องไปพัฒนาด้วยการประชุม อบรม เรียนต่อ เท่านั้นหรือ?


สมมุติว่า ผู้จัดไม่ได้เป็นสถาบันหลักหรือสมทบ จัดการอบรม 2วัน ผู้เข้ารับการอบรมจำนวน 50 คน ทุกคนส่งยื่นคะแนนรายบุคคล ต้องเสียคนละ 1000 บาท รวมทั้งหมด 50000 หมื่นบาท หรือผู้จัดเป็นคนรวบรวมรายชื่อทั้ง 50 คน ยื่นรวมกัน เสียค่าธรรมเนียม 50 คน รวมทั้งหมด 1000 บาท (คนละ20บาท) ฃ่วยตอบหน่อยค่ะ

ในความเข้าใจ ค่าธรรมเนียมก็คือ ค่าใช้จ่ายที่ให้คนมาอ่านแล้วคิดค่าคะแนน ดังนั้นถ้าเป็นโครงการเดียวกัน คนอ่านก็อ่านแค่ครั้งเดียวก็สามารถคิดค่าคะแนนได้แล้ว ไม่ได้ต้องมาอ่านซ้ำโครงการเดิมอีก

จึงเสนอว่า น่าจะมียื่นคำขอรับรองกิจกรรมเป็นกลุ่มหรือคณะ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายที่สมเหตุสมผล มากกว่าการยื่นรายบุคคล ที่ค่อนข้างจะไม่สมเหตุผลกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินการคืดค่าคะแนน

http://www.pt.or.th/file_attach/17Jul201316-AttachFile1374033376.pdf

การถ่ายทอดความรู้ทางวิชาชีพกายภาพบาบัดและสุขภาพ

คำจำกัดความของกิจกรรมชนิดที่ ๑๗
เป็นกิจกรรมเฉพาะบุคคลหรือกิจกรรมกลุ่ม ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาชีพกายภาพบาบัดและสุขภาพแก่บุคลากรสุขภาพและประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นงานที่นอกเหนือจากหน้าที่ประจา
น้าหนักหน่วยคะแนน
ผู้ถ่ายทอดความรู้ ชั่วโมงละหนึ่งหน่วยคะแนน
เงื่อนไขการกาหนดหน่วยคะแนน
๑. เรื่องละไม่เกินสี่หน่วยคะแนน
๒. การพิจารณาจะพิจารณาประเด็นหลักของเนื้อหาองค์ความรู้ที่ถ่ายทอด
๓. การถ่ายทอดความรู้จานวนหนึ่งเรื่อง สามารถขึ้นทะเบียนหน่วยคะแนนเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น

ข้อ ๔ ค่าธรรมเนียมการรับรองกิจกรรม ประเภทการมีส่วนร่วมในการพัฒนาบุคลากร หรือพัฒนาวิชาชีพ
กายภาพบาบัด ซึ่งต้องยื่นคาขอรับรองกิจกรรมเป็นการเฉพาะรายบุคคล
๔.๕ การถ่ายทอดความรู้ทางวิชาชีพกายภาพบาบัดและสุขภาพ เรื่องละ ๕๐๐ บาท

สรุปว่าสมมุติไป อบรม อสม 1 วัน 6 ชั่วโมง หรือ 2 วัน 12 ชั่วโมง

แต่คิดให้แค่ 4 คะแนน เสียค่าธรรมเนียมยื่นรายบุคคล 500 บาท ใช่ไหมค่ะ?

สมมุติว่าโครงการเดิม แต่คนละพื้นที่

- ยื่นอีกไม่ได้ หรือ
- ยื่นได้ แต่จะต้องเสียอีกที่ละ 500 บาท ใช่หรือไม่


สมมุติว่าเป็นโครงการที่เขียน โครงการเดียว แต่ใช้กันทั้งเครือข่าย(หลายจังหวัดหรือหลายโรงพยาบาล) โดยให้นักกายภาพบำบัดแต่ละ รพ. จัดอบรมกันเองในพื้นที่ตัวเอง โดยใช้หลักสูตรเดียวกัน เนื้อหาเดียวกัน

จะยื่นขอคะแนนรายบุคคลอย่างไร

ถ้าทุกคนใช้โครงการนี้ ยื่นรายบุคคล จ่ายคนละ 500 บาท สมมุติมีคนใช้โครงการนี้ 10 คน ก็ต้องรวมจ่ายให้สภา 5000 บาท ใช่หรือไม่

ถ้าใช่ แปลว่าสภาให้คนอ่านโครงการเพียง 1 ครั้ง แต่เก็บค่าใช้จ่ายจาก 10 คน ๆละ 500 บาท รวม 5000 บาท

ถ้าไม่ใช่ ต้องยื่นอย่างไรค่ะ


ช่วยกรุณาตอบข้อสงสัยด้วยค่ะ

http://www.pt.or.th/file_attach/17Jul201316-AttachFile1374033376.pdf

กิจกรรมประเภทที่ ๑
กิจกรรมประเภทเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถทางวิชาชีพหรือวิชาการด้านกายภาพบาบัดหรือวิทยาศาสตร์สุขภาพ ที่จัดโดยสถาบันหลักหรือสถาบันสมทบ (กิจกรรมชนิดที่ ๑ - ๗)

การประชุม การอบรม การสัมมนา การอภิปรายหมู่ การบรรยาย ทางวิทยาศาสตร์สุขภาพที่มี หน่วยคะแนน ให้คิดหน่วยคะแนนหนึ่งหน่วยคะแนนต่อหนึ่งชั่วโมง แต่รวมแล้วต้องไม่เกินยี่สิบหน่วยคะแนนของคะแนนการต่ออายุใบอนุญาตในแต่ละครั้ง

แสดงว่า จาก 5 ปี 50 คะแนน เก็บจากกิจกรรมประเภทนี้ได้แค่ 20 คะแนน

แล้วอีก 30 คะแนนที่เหลือ จะไปเก็บจากที่ไหนค่ะ


ธรรมรัฐ เดชมาก

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
    • ดูรายละเอียด
จากข้อความ
"กิจกรรมประเภทที่ ๑
กิจกรรมประเภทเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถทางวิชาชีพหรือวิชาการด้านกายภาพบำบัดหรือวิทยาศาสตร์สุขภาพ"

และข้อความ
"การประชุม การอบรม การสัมมนา การอภิปรายหมู่ การบรรยาย ทางวิทยาศาสตร์สุขภาพที่มี หน่วยคะแนน ให้คิดหน่วยคะแนนหนึ่งหน่วยคะแนนต่อหนึ่งชั่วโมง แต่รวมแล้วต้องไม่เกินยี่สิบหน่วยคะแนนของคะแนนการต่ออายุใบอนุญาตในแต่ละครั้ง "

ความหมายคือ วิทยาศาสตร์สุขภาพ กับ วิชาชีพหรือวิชาการด้านกายภาพบำบัด เป็นคนละคำ ใช่หรือไม่
ถ้าใช่ แสดงว่า วิทยาศาสตร์สุขภาพ เก็บคะแนนได้ 20 แต่ถ้าเป็น วิชาชีพหรือวิชาการด้านกายภาพบำบัด เก็บคะแนนได้ 50 ใช่หรือไม่ครับ

ขอบคุณครับ

สุรีรัตน์ PT16

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
    • ดูรายละเอียด
ขอบคุณที่ช่วยถามแทนหลายๆคน  สภาฯช่วยชี้แจงให้ชัดเจนด้วยค่ะ ตั้งหลายวันแล้ว อย่าเอาแต่เงียบอย่างเดียว สมาชิกไม่เข้าใจ แล้วเงินรายได้ที่เก็บจากค่าธรรมเนียมทั้งหลาย
 เอาไปไหนคะ

http://www.coe.or.th/coe/main/coeHome.php?aMenu=902&aNo=25&aYear=2556&aShow=1

สภากายภาพบำบัด จะมีโอกาสจัดแบบนี้ เหมือนของสภาวิศวกร หรือไม่ค่ะ

อ่านของทันตแพทย์สภา แล้วมาเปรียบเทียบกับของสภากายภาพบำบัด

http://www.cdec.or.th/wp-content/uploads/2011/09/ระเบียบศูนย์-ว่าด้วยประเภท-และเกณฑ์การรับรอง-พศ.51.pdf

ข้อ 12 หน่วยงานที่ไม่ได้รับการรับรองให้เป็นสถาบันเครือข่ายของศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของทันตแพทย์เมื่อมีการจัดการประชุมวิชาการด้านศึกษาต่อเนื่องและมีความประสงค์ที่จะให้ผู้เข้าร่วมการประชุมสามารถเก็บสะสมหน่วยกิจกรรมได้ ให้เสนอเรื่องพร้อมรายละเอียดเนื้อหาการประชุมตามแบบฟอร์มที่กำหนดก่อนการประชุมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 3 เดือน ซึ่งศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของทันตแพทย์
จะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายในเวลา 1 เดือนหลังการเสนอเรื่องมาให้พิจารณา หากการประชุมได้รับการรับรอง ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของทันตแพทย์จะกำหนดหน่วยกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องสำหรับการประชุมนั้นๆ


ข้อ 13 ในกรณีที่ทันตแพทย์เข้าร่วมกิจกรรมการศึกษาต่อเนื่องที่ไม่ได้จัดโดยสถาบันเครือข่ายของศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของทันตแพทย์ หรือเป็นกิจกรรมที่ไม่ได้กำหนดหน่วยกิจกรรมแน่นอนให้ทันตแพทย์รวบรวมหลักฐานตามที่ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของทันตแพทย์กำหนดเพื่อขอให้ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของทันตแพทย์บันทึกหน่วยกิจกรรมได้ โดยศูนย์การศึกษาต่อเนื่องของทันตแพทย์ อาจมีการกำหนดค่าธรรมเนียมในการบันทึกได้

http://www.cdec.or.th/wp-content/uploads/2011/09/ค่าธรรมเนียม.pdf

(6) ค่าธรรมเนียมการขอหน่วยกิจกรรมจากหน่วยงานที่ไม่ได้เป็นสถาบันเครือข่าย 300 บาทต่อครั้ง
(7) ค่าธรรมเนียมการขอบันทึกหน่วยกิจกรรม สถาบันที่ไม่ใช่สถาบันเครือข่าย 50 บาทต่อ 50 หน่วยกิจกรรมและเศษของ 50
     ปัดเป็น 50 หน่วยกิจกรรม
(8) ค่าธรรมเนียมการขอบันทึกหน่วยกิจกรรมจากสมาชิกทันตแพทยสภา 50 หน่วยกิจกรรมแรก 50 บาท หน่วยกิจกรรมต่อไป
     หน่วยกิจกรรมละ 1 บาท

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 26, 2013, 07:16:29 PM โดย ชฎาพร เยาว์เจริญสุข »

ศุภวรรณ

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 3
    • ดูรายละเอียด
เห็นด้วยครับควรปรับปรุงด้วย

mutkoko

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 8
    • ดูรายละเอียด
เห็นด้วยครับควรปรับปรุงด้วย

เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ค่าธรรมเนียมแต่ละกิจกรรมแพงมาก แต่ไม่เหมาะสมกับหน่วยคะแนนที่ได้รับเลย อยากให้สภาเข้ามาตอบหรือชี้แจงเพิ่มเติมด้วยค่ะ

เช่น กิจกรรมชนิดที่ ๑๗
ชื่อไทย การถ่ายทอดความรู้ทางวิชาชีพกายภาพบำบัดและสุขภาพ        ชื่ออังกฤษ Physical Therapy and Health Knowledge Transfer
คำจากัดความของกิจกรรมชนิดที่ ๑๗
เป็นกิจกรรมเฉพาะบุคคลหรือกิจกรรมกลุ่ม ที่ถ่ายทอดองค์ความรู้ทางวิชาชีพกายภาพบาบัดและสุขภาพแก่บุคลากรสุขภาพและประชาชนทั่วไป ซึ่งเป็นงานที่นอกเหนือจากหน้าที่ประจำ
น้าหนักหน่วยคะแนน
ผู้ถ่ายทอดความรู้ ชั่วโมงละหนึ่งหน่วยคะแนน
เงื่อนไขการกำหนดหน่วยคะแนน
๑. เรื่องละไม่เกินสี่หน่วยคะแนน
๒. การพิจารณาจะพิจารณาประเด็นหลักของเนื้อหาองค์ความรู้ที่ถ่ายทอด
๓. การถ่ายทอดความรู้จานวนหนึ่งเรื่อง สามารถขึ้นทะเบียนหน่วยคะแนนเพียงหนึ่งครั้งเท่านั้น

ซึ่งค่าธรรมเนียมการขอหน่วยคะแนนเรื่องละ 500 บาท แต่ได้มาเพียงชั่วโมงละ 1 คะแนน โดยส่วนตัวเห็นว่าแพงมากค่ะ

อยากขอให้สภาช่วยพิจารณาหาช่องทางในการเพิ่มหน่วยคะแนนที่เหมาะสมและเป็นธรรมมากกว่านี้ เทียบกับค่าธรรมเนียมที่จะต้องจ่ายในแต่ละครั้งด้วยค่ะ