ผู้เขียน หัวข้อ: คุยกันวันเสาร์กับนายกสภากายภาพบำบัด "ภาคพิเศษ ไม่เขียนคงไม่ได้ โลกหมุนไวเหลือเกิน " เกาะติดกระแส  (อ่าน 2556 ครั้ง)

ผู้ดูแลระบบ

  • Administrator
  • Jr. Member
  • *****
  • กระทู้: 58
    • ดูรายละเอียด
คุยกันวันเสาร์กับนายกสภากายภาพบำบัด ภาคพิเศษ

--- ไม่เขียนคงไม่ได้ โลกหมุนไวเหลือเกิน

สัปดาห์นี้มีเหตุให้ต้องวางภาระอื่นมาเขียนถึงสมาชิกสภาฯระหว่างสัปดาห์

ปรากฏการณ์ข้ามคืนที่นักกายภาพบำบัดจำนวนมากออกมาให้ความเห็นเรื่องหนังสือBorn to be หมอ 2 ของสำนักพิมพ์ซีเอ็ดซึ่งเขียนโดยผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (แพทย์) และนักศึกษาแพทย์ เป็นเรื่องที่สะท้อนเรื่องราวหลายแง่มุมของสังคมนักกายภาพบำบัด สังคมบุคลากรสาธารณสุข และสังคมไทย

เรื่องที่นักกายภาพบำบัดเกือบทุกท่านเป็นเดือดเป็นร้อนกับข้อความในหนังสือเล่มนี้ พากันแสดงความเห็นตั้งแต่การตำหนิติติงจนถึงผรุสวาท รวมทั้งปรากฏการณ์การ Share link กันอย่างแพร่หลาย จนใน Facebook ส่วนตัวของนายกสภาฯมีข้อความมากมายทั้งหน้าWall และข้อความส่วนตัวส่งมาให้ จึงตระหนักแก่ใจว่า พลังของนักกายภาพบำบัดในเรื่องความรักและการปกป้องวิชาชีพของพวกเรานั้น ใครจะประมาทพวกท่านไม่ได้เลย

มีนักกายภาพบำบัดหลายคนกรุณาเสนอแนะแนวทางแก่สภาฯให้จัดการกรณีนี้แบบต่างๆ หรือแม้แต่บางท่านก็ช่วยจัดการกันเสียเอง เช่น นำไปแจ้งต่อสื่อมวลชน และอื่นๆ รวมทั้งมาตรการกดดันหลากหลายในโลกCyber ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว

เพียงชั่วข้ามคืนข่าวคราวท้ายๆที่ยังไม่ยืนยัน ออกมาว่าจะมีการขอโทษนักกายภาพบำบัด จากบรรณาธิการสำนักพิมพ์ ทำให้ได้บทเรียนว่า พลังของการสื่อสารในโลกเสมือนนี้ ก็อาจใช้จัดการอะไรๆหลายอย่างได้ และยังระดมส่วนร่วมจากสมาชิกที่อยู่ทุกซอกมุมของสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพเหลือเกิน

มีหลายความเห็นใน Facebook และกระทู้เวบพันทิพย์ แสดงความเข้าใจว่าเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ซึ่งกล่าวถึง“กายภายบำบัด”เป็นเรื่องความเห็นส่วนตัว รวมทั้งให้ความเห็นเกี่ยวกับวุฒิภาวะของผู้เขียนหนังสือ ที่อาจเพลิดเพลินและตกอยู่ในกระแสสังคม edutainment ที่แสนจะฉาบฉวย ผู้คนในสังคมแม้แต่คนที่ควรจะเป็นปัญญาชนกลับทำสิ่งต่างๆอย่างตามใจสนุกเพลิดเพลิน จนขาดสติคิดทบทวน รวมทั้งการพิมพ์ผิดพลาดมากมาย ที่แสดงให้เห็นว่าการผลิตหนังสือนี้ไร้ความละเอียดประณีตโดยสิ้นเชิง

ภาพสะท้อนจากความเห็นของนักกายภาพบำบัด ทำให้รู้สึกยินดีที่พวกเราจำนวนมากให้ความเห็นอย่างมีวุฒิภาวะพอที่จะรู้จักแบ่งแยกเรื่องราว ถูกผิดดีเลว เรื่องส่วนตัว เรื่องวิชาชีพ และผู้อ่านกระทู้คนอื่นๆน่าจะได้นำความผิดพลาดของข้อความในหนังสือ รวมทั้งความคิดเห็นที่ผ่านการไตร่ตรองแล้วบนหน้าจอคอมพิวเตอร์เหล่านี้มาย้อนคิด และใช้เป็นบทเรียนสอนตัวเองให้เติบโตในทางความคิด ทัศนคติ และสติปัญญา

อย่างไรก็ตาม อีกด้านของเรื่องนี้ ตัวเองในฐานะคนที่แนะนำตัวกับคนอื่นในสังคมอย่างภาคภูมิเสมอว่า“ดิฉันเป็นนักกายภาพบำบัด” มานานกว่า 20 ปี ก็ต้องย้อนกลับมาถามตัวเองอยู่เหมือนกันว่า ทำไมยังมีคนเห็นเราในแง่นี้ มันเด่นชัดจนเขานำมาเขียนเผยแพร่สู่สาธารณชน ภาพลักษณ์ของวิชาชีพของเรายังมีปัญหามากขนาดนี้เชียวหรือ ทำอย่างไรเราจะทำให้สังคมและบุคลากรทางการแพทย์เห็นภาพนักกายภาพบำบัดที่ถูกต้อง เป็นธรรม เท่าเทียม และเห็นคุณค่าเสมอบ่าเสมอไหล่ได้

นี่คงไม่ได้เป็นปัญหาของนายกสภาฯคนเดียว แต่คงเป็นสิ่งที่นักกายภาพบำบัดทุกท่านคงต้องช่วยกัน คนละแรงแข็งขัน เคยคิดว่าเรื่องนี้ยาก แต่จากปรากฏการณ์พลังของพวกเราเมื่อคืน ดิฉันไม่รู้สึกหนักใจเลยค่ะ

ขอบคุณทุกความเห็น และจะพยายามอย่างเต็มกำลังเพื่อสานต่อสิ่งที่ทุกท่านได้ช่วยจัดการไว้ให้ ทั้งเรื่องนี้และเรื่องอื่นๆนะคะ



กภ.มัณฑนา วงศ์ศิรินวรัตน์

นายกสภากายภาพบำบัด

9 สิงหาคม 2555

หากมีข้อคิดเห็น ส่งเมล์มาคุยกันได้ที่v_mantana@yahoo.com

บทความนี้โพสต์ในhttp://www.facebook.com/mantanaptpt

และhttp://www.pt.or.th/talk-saturday.php