ข้อบังคับสภากายภาพบำบัด :: ว่าด้วยข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด

ข้อบังคับสภากายภาพบำบัด
ว่าด้วยข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด
พ.ศ. ๒๕๕๑


อาศัยอำนาจตามมาตรา ๒๓ (๔) (ณ) และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๔๗ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๘ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๔๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการสภากายภาพบำบัด จึงออกข้อบังคับไว้ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภากายภาพบำบัดว่าด้วยข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ. ๒๕๕๑”

ข้อ ๒ ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ให้ผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำ บัด ประกอบวิชาชีพโดยใช้กระบวนการตามมาตรฐานวิชาชีพกายภาพบำบัด

ข้อ ๔ ให้ผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำ บัด ตรวจประเมินและวินิจฉัย ด้วยวิธีทางกายภาพบำบัดตามมาตรฐานวิชาชีพกายภาพบำบัด ดังต่อไปนี้
       (๑) ตรวจประเมินและวินิจฉัยระบบประสาท ระบบกล้ามเนื้อและโครงร่าง ระบบการไหลเวียนเลือดและการหายใจ และพัฒนาการเคลื่อนไหวในเด็ก
       (๒) ตรวจวินิจฉัยด้วยไฟฟ้า (Electrodiagnosis) เฉพาะทางกายภาพบำบัด
       (๓) ตรวจประเมินและวินิจฉัยการเคลื่อนไหวของร่างกาย (Movement evaluation and diagnosis)
       (๔) ตรวจประเมินและวินิจฉัยความบกพร่องของร่างกาย ซึ่งเกิดเนื่องจากภาวะของโรคหรือ การเคลื่อนไหวที่ไม่ปกติ

ข้อ ๕ ให้ผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด ใช้วิธีการทางกายภาพบำบัดในการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกัน รักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพ ตามมาตรฐานวิชาชีพกายภาพบำบัด ดังต่อไปนี้
       (๑) การรักษาด้วยเครื่องมือทางกายภาพบำบัดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข หน้า ๒๗ เล่ม ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๑๖๑ ง ราชกิจจานุเบกษา ๖ ตุลาคม ๒๕๕๑
       (๒) การนวด การดัด และการดึง (Manual therapy)
       (๓) การออกกำลังกายเพื่อการรักษา (Therapeutic exercise) และการออกกำลังกาย เพื่อการป้องกันและการส่งเสริมสุขภาพ
       (๔) การรักษาด้วยน้ำ (Hydrotherapy) และการออกกำลังกายในน้ำ
       (๕) การระบายเสมหะหรือสารคัดหลั่ง หรือของเสียอื่น ๆ ออกจากปอด การป้องกันการรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพการทำงานของปอดและหัวใจ
       (๖) การรักษาด้วยความร้อนและความเย็น (Therapeutic heat and cold)
       (๗) การรักษาและฟื้นฟูเพื่อเพิ่มสมรรถภาพการเคลื่อนไหว
       (๘) การฝึกกระตุ้นพัฒนาการการเคลื่อนไหวในเด็ก
       (๙) การใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อร่วมการรักษาทางกายภาพบำบัด
       (๑๐) การใช้เทคนิคพิเศษทางกายภาพบำบัด

ข้อ ๖ ผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัดจะใช้ยาบำบัดได้ ตามที่สภากายภาพบำบัดกำหนด

ประกาศ ณ วันที่ ๒๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑
สุมนา ตัณฑเศรษฐี
นายกสภากายภาพบำบัด


**อ่านรายละเอียดทั้งหมดได้จากเอกสารไฟล์แนบด้านล่างนี้


File Attach

14 ต.ค. 51 00:00:00 , , 6520