พบ 6 ครุภัณฑ์การแพทย์ราคาสูงเกินจริง
โครงการภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง (เอสพี 2) ของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ต้องสะดุดหยุดความเคลื่อนไหวทุกอย่างลง เพื่อรอผลการสอบสวนจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงชุดต่างๆ ทั้งในส่วนของ สธ.เอง และคณะกรรมการชุดของ นพ.บรรลุ ศิริพานิช เป็นประธาน ที่เป็นกุญแจสำคัญไขความลับไปสู่ตัวคนบงการความไม่ชอบมาพากล
 
   
ในระหว่างที่การตรวจสอบยังไม่สิ้นสุด วิชาชีพสาธารณสุขต่างๆ ได้ออกมาเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลต่างๆ ตั้งแต่ นพ.เกรียงศักดิ์ วัชรนุกูลเกียรติ ประธานชมรมแพทย์ชนบท ที่ออกมาแฉการสอดไส้ครุภัณฑ์บางรายการที่ไม่เหมาะสม ราคาแพง อาทิ เครื่องทำลายเชื้อโรคด้วยแสงอัลตราไวโอเลต (ยูวีแฟน) เครื่องช่วยหายใจ เครื่องตรวจหาสารชีวเคมีในเลือด รถพยาบาลฉุกเฉิน เป็นต้น

ซึ่งกรณีนี้ สธ.ได้สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีรายการครุภัณฑ์ตามที่มีการร้องเรียน 6 รายการ ที่มี นพ.เสรี หงษ์หยก รองปลัด สธ.เป็นประธาน ได้สรุปผลสอบสวน ชี้มูลว่ามีความผิดปกติจริง แต่ต้องสอบสวนหาคนบงการต่อไป

ล่าสุด นายไพศาล บางชวด นายกสมาคมวิชาชีพสาธารณสุข อดีตหัวหน้าสถานีอนามัย ได้ออกมาเปิดโปงรายการครุภัณฑ์ทางการแพทย์ในส่วนของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ที่มีการจัดสรรให้พื้นที่ไม่เหมาะสม และราคาแพงเกินไป ภายใต้วงเงิน รพ.สต.ละ 8.55 แสนบาท ซึ่งปัญหาของ รพ.สต.มีมาตั้งแต่เริ่มคือ ถูกล็อคให้ต้องเลือกเอาครุภัณฑ์ที่ส่วนกลางกำหนดให้เพียง 20 รายการ ต่อมาได้ขยายเพิ่มเป็น 46 รายการ หลังจากถูกร้องเรียนอย่างหนัก

แต่สุดท้ายก็ยังไม่ถูกต้องเหมาะสมอยู่ดี

สำหรับครุภัณฑ์ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าผิดปกติ ประกอบด้วย 6 รายการ

1.เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ราคา 500,000 บาท ใช้สำหรับการตรวจอายุเด็กในครรภ์ หรือตรวจเพศเด็ก จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า ราคาแพงเกินไป ควรลดสเปคลงมาให้อยู่ในวงเงินไม่เกิน 200,000-300,000 บาทก็พอ

2.เครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแบบอัตโนมัติชนิด 12 lead พร้อมอ่านแปลผล (Electrocardiogram) ราคา 120,000 บาท ใช้ตรวจภาวะการทำงานของหัวใจขั้นพื้นฐาน เพื่อวิเคราะห์ว่าเป็นโรคหัวใจหรือไม่ โดยเครื่องจะประมวลผลออกมาเป็นภาพคลื่นหัวใจ แม้จะมีการลดวงเงินจากเดิมกำหนดไว้สูงถึง 220,000 บาทก็ตาม แต่ก็ยังมีข้อสงสัยว่าราคายังแพงเกินไป และไม่เหมาะสมกับศักยภาพของ รพ.สต. หากซื้อมาก็อาจจะใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค้า

3.หม้อต้มแผ่นให้ความร้อน (Hydrocollartor) ราคา 107,000 บาท ใช้สำหรับต้มถุงเก็บความร้อน (hotm pack) นำมาประคบผิวหนังบริเวณที่บาดเจ็บ หรือกล้ามเนื้ออักเสบ ใช้รักษาผู้ป่วยทำกายภาพบำบัด บรรเทาอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อ ทำให้ระบบเลือดไหลเวียนดีขึ้น ซึ่งเหมาะสมกับ รพ.สต. ที่มีนักกายภาพบำบัดช่วยดูแลผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างฟื้นฟูร่างกาย แต่จากการตรวจสอบราคาเครื่องนี้ส่วนใหญ่อยู่ในราคาราว 100,000 บาทเท่านั้น

4.อุปกรณ์สำหรับฆ่าเชื้อตามระบบมาตรฐาน หรือเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อไฟฟ้า (Autoclave) ขนาด 40 ลิตร ราคา 90,000 บาท ใช้สำหรับฆ่าเชื้อโรคให้กับอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งเดิม รพ.สต.จะไม่มีเครื่องชนิดนี้ โดยต้องส่งเครื่องมือแพทย์ไปทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคที่โรงพยาบาลชุมชนที่เป็นแม่ข่ายแทน ดังนั้น จึงถือเป็นการอำนวยความสะดวกในการทำงานให้กับ รพ.สต. แต่ก็มีเสียงคัดค้านว่าสามารถใช้ระบบเดิมก็ได้คือ ให้เป็นหน้าที่ของโรงพยาบาลชุมชนในอาการอำนวยความสะดวกของการจัดหาเครื่องมือแพทย์มีมาตรฐานและเป็นระบบมากกว่า

5.เครื่องหมุนเหวี่ยงเพื่อตรวจหาปริมาตรเม็ดเลือดแดงอัดแน่น ราคา 70,000 บาท ใช้ตรวจวิเคราะห์ผู้ป่วยเป็นโรคโลหิตจาง หรือมีเลือดออกในอวัยวะต่างๆ หรือไม่ เช่น แผลในกระเพาะอาหาร หรือเป็นโรคพยาธิปากขอ เป็นต้น ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมากโดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ ที่ต้องตรวจว่าเป็นโรคโลหิตจางหรือไม่ เพื่อไม่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ การทำงานของเครื่องนี้จะประมวลผลหาปริมาณเม็ดเลือดแดงต่อปริมาณเลือดทั้งหมดในร่างกาย ทราบผลภายในเวลารวดเร็ว ซึ่งที่ผ่านมาที่ รพ.สต. ไม่มีการให้บริการด้านนี้ จึงมีการตั้งข้อสังเกตว่า เครื่องนี้อาจจะไม่ได้ใช้ประโยชน์คุ้มค่า เพราะจะต้องใช้เทียบกับลักษณะเม็ดเลือด โดยมีผู้เชี่ยวชาญห้องแล็บมาดูแล จึงเหมาะกับโรงพยาบาลที่มีเครื่องดูลักษณะเม็ดเลือดมากกว่า และมีราคาแพงเกินไปหรือไม่ เพราะอดีตราว 10 ปีที่ผ่านมา ได้มีการสั่งซื้อเครื่องนี้ในราคาเพียง 40,000 บาทเท่านั้น

6.เครื่องวัดความดันโลหิตแบบตั้งโต๊ะอัตโนมัติ ราคา 90,000 บาท เป็นเครื่องวัดความดันโลหิตที่แพทย์ พยาบาล ไม่ต้องใช้หูฟัง หรือบีบลม ซึ่งเครื่องชนิดนี้โรงพยาบาลเอกชนมีให้บริการอย่างแพร่หลาย สะดวกรวดเร็ว เหมาะกับโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยจำนวนมาก แต่มีข้อจำกัดคือ มีปัญหาเรื่องความคลาดเคลื่อน หากจะวิฉัยโรคให้แม่นยำ จำเป็นต้องวัดความดันซ้ำด้วยเครื่องวัดความดันชนิดปรอท หรือชนิดขดลวด ที่ผู้วัดต้องใช้หูฟังร่วมด้วย จึงเป็นปัญหาว่า รพ.สต.ที่มีผู้ป่วยมาใช้บริการไม่มากนัก จำเป็นต้องมีเครื่องชนิดนี้หรือไม่

ทั้งนี้ รายการครุภัณฑ์ที่ 1-2 มีข้อกำหนดว่าจะต้องมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญประจำที่ รพ.สต.ด้วย จึงจะสามารถขอสั่งซื้อเครื่องมือแพทย์ทั้ง 2 ชนิดได้ รวมถึงรายการครุภัณฑ์ที่ 3 มีข้อกำหนดว่าจะต้องมีนักกายภาพบำบัดประจำ รพ.สต. จึงจะมีสิทธิขอสั่งซื้อได้เช่นเดียวกัน ขณะที่รายการครุภัณฑ์ที่ 4-6 เป็นเครื่องมือแพทย์ทั่วไป ที่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขวิชาชีพอื่นๆ สามารถใช้งานเครื่องได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นแพทย์เท่านั้น จึงเปิดกว้างให้ รพ.สต.ทุกแห่งสามารถขอสั่งซื้อได้ โดยขึ้นอยู่กับความจำเป็นและความต้องการของแต่ละพื้นที่

File Attach

28 ต.ค. 52 00:00:00 , , 3799