พระราชบัญญัติวิชาชีพกายภาพบำบัด มาตรา 11(2) ระบุคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นสมาชิกสภากายภาพบำบัดว่าต้องมีความรู้ในวิชาชีพกายภาพบำบัดโดยได้รับปริญญา ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรในวิชาชีพกายภาพบำบัด จากสถาบันการศึกษาที่สภากายภาพบำบัดรับรอง และมาตรา 32 ผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตต้องเป็นสมาชิกแห่งสภากายภาพบำบัด รวมทั้งมีคุณสมบัติและต้องสอบผ่านความรู้ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับสภากายภาพบำบัด
การดำเนินการสอบนั้นได้ปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยหลักเกณฑ์การสอบความรู้ เพื่อขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ.2549 ข้อ 7. ผู้ใดมีความประสงค์ที่จะสมัครสอบความรู้ ต้องสำเร็จการศึกษาและได้รับปริญญาตรี หรือประกาศนียบัตรเทียบเท่าปริญญาตรีในวิชาชีพกายภาพบำบัดที่สภากายภาพบำบัดรับรอง ดังนั้นผู้ที่สามารถเข้าสอบความรู้เพื่อขอขึ้นทะเบียนจึงต้องสำเร็จการศึกษา (โดยสภามหาวิทยาลัยให้ใบรับรองปริญญา) เมื่อสอบผ่านแล้วจึงยื่นคำขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตได้ตามข้อ 4 แห่งข้อบังคับว่าด้วยการขึ้นทะเบียน การออกใบอนุญาต การออกใบแทนใบอนุญาตและการอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด พ.ศ.2549
การกำหนดช่วงเวลาการสอบนั้น เป็นมติของสถาบันการศึกษา เนื่องจากปฏิทินการศึกษาและกระบวนการที่ขออนุมัติปริญญาจากสภามหาวิทยาลัยนั้นเป็นช่วงเวลาระหว่าง มีนาคม-พฤษภาคม การจัดสอบในเดือนเมษายน จึงมิได้ล่าช้า เพราะผู้สมัครต้องยื่นหลักฐาน (ซึ่งล้วนเป็นเอกสารราชการที่สำคัญ) ให้สภากายภาพบำบัดรับรองการสมัครเป็นสมาชิก จึงมีสิทธิขอสอบขึ้นทะเบียน
คณะอนุกรรมการฝ่ายจัดสอบและขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพกายภาพบำบัด
21 พ.ค. 50 00:00:00 , , 917